“ผักแขยง” พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย ไม่ต้องดูแล สร้างรายได้ 2,000 บาท/ วัน

17 ตุลาคม 2018 | Slide, ข่าวเด่น
Loading...

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าหลายๆคนหันมาทำอาชีพเกษตรกรกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นดารานักแสดงดังๆ หรือแม้แต่เด็กที่เรียนจบใหม่ๆ ก็กลับบ้านเกิดเพื่อทำอาชีพเกษตรกรกันอย่างเต็มตัว สร้างรายได้ให้กับครอบครัวไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนยุคใหม่ ก็ย่อมจะมีอะไรที่แปลกหูแปลกตาเยอะ แถมสร้างรายได้ดีอีกด้วย

วันนี้เราจะพากันไปชมเกษตรคิดต่างซึ่งเป็นชาวบ้านที่อยู่ใน ตำบลบุ่งหวายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยเขาก็ได้รับแนวทางของภาครัฐเพื่อที่จะปลูกพืชผักสมุนไพรอย่างผักขะแยง ซึ่งผักชนิดนี้ มีคุณสมบัตินั่นก็คือใช้น้ำน้อยอายุสั้นสามารถเก็บเกี่ยวได้โดยมีรายได้แบบวันต่อวันเลยก็ว่าได้

ซึ่งลักษณะการผูกผ้าชนิดนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะต้องใช้พื้นที่หลังนาเก็บเกี่ยวหรือพื้นที่บริเวณบ้านที่มีลักษณะแตกต่างกันซึ่งคนในหมู่บ้านนี้นั้นก็จะทำการรวมตัวกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งวิธีการปลูกดูแลรวมถึง การจำหน่ายซึ่งนั่นก็สามารถสร้างความเข้มแข็งและสร้างรายได้ได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือนเลยก็ว่าได้โดยทำให้สถานที่แห่งนี้นั้นได้ถูกเรียกขานว่าหมูบ้านผักขะแยงเงินล้านนั้นเอง

ในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ คุณแพ พรหมวิจิตร ซึ่งคุณแพรนั้นอาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 14 ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานี โดยทำอาชีพปลูกผักขะแยงกับบัวบกซึ่งบอกเลยว่าสามารถสร้างรายได้มานานให้กับครอบครัวถึง 10 ปีด้วยกันซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เคยไปทำงานที่จังหวัดอื่นบ้างแต่ว่าประสบปัญหาในเรื่องของรายได้ไม่เพียงพอต่อครอบครัวก็เลยหันมาลองทำดู

ด้วยการเริ่มต้นนั้นก็เริ่มต้นปลูกผักขะแยงในพื้นที่ เพียงแค่ 2 ไร่เท่านั้นแล้วแบ่งออกประมาณเป็น 2 งานโดยการปลูกข้าวนาปรังไว้บริโภคในครัวเรือน 1 และปลูกผักขะแยงซึ่งก็ เริ่มทำการปลูกในเดือนมีนาคมโดยเริ่มจากการปรับพื้นที่ไถพรวนดินและนำต้นกล้าที่ได้จากแปลงเพาะปลูกโดยมีการเว้นระยะประมาณสัก 1 คืบและยังไม่ต้องใส่ปุ๋ย

จากนั้นก็ทำการปล่อยน้ำเข้าไปในพื้นที่ประมาณสัก 2 ข้อนิ้วรอประมาณสัก 1 สัปดาห์ถึงสามารถใส่ปุ๋ยได้โดยสูตรที่จ่ายนั้นก็คือ 16 16 16 ในปริมาณ 1 ถังต่อพื้นที่ 1 งานแล้วก็จะทำการหว่านปุ๋ยอีกครั้งเมื่อสังเกตว่าใบแดงนั้นมีสีเหลืองและการปล่อยน้ำนั้นก็ไม่ควรปล่อยและรอจนแห้งควรเติมเข้าไปเรื่อยๆเมื่อมีระดับน้ำต่ำลง

และทางนี้ก็ควรระวังเรื่องศัตรูพืชด้วยซึ่งสตูนั้นก็มาจะเป็นตัวบุ้งโดยจะต้องใส่ยาป้องกันจำนวน 1 ช้อนต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นสนโลกนั้นก็ไม่ค่อยพบเจอกันสักเท่าไหร่เพราะว่าผักขะแยงถือเป็นผักที่มี แข็งแรงอยู่ไม่น้อย โดยหลังจากที่เรานั้นปลูกมาแล้วประมาณ 45 วันมันก็เจริญเติบโตเป็นกองใหญ่มากขึ้นจากนั้นก็ให้ทำการเก็บผลผลิตโดยใช้วิธีดึงออกมาทั้งเกาะแต่ยังต้องปล่อยเรือไว้ประมาณสัก 4-5 ต้นเพื่อที่จะทำให้มีการขยายพันธุ์และใส่ปุ๋ยอีกจำนวนหนึ่งประมาณซัก 2 สัปดาห์ก็ทำให้เรานั้นสามารถเก็บเกี่ยวรุ่นต่อไปได้เลย

ผลผลิตในแต่ละครั้งนั้นสามารถเก็บผักขะแยงได้ถึง 200 ถุงโดยตกถุงละ 100 กรัม ซื้อสามารถขายได้ถุงละ 50 ถึง 60 บาทยิ่งในช่วงหน้าร้อนนั้นจะมีราคาสูงขึ้นเพราะปลูกยากโดยชาวบ้านในหมู่บ้านตำบลบุ่งหวายนั้นก็มาจะปลูกผักแขยงกันทุกครอบครัวเพราะว่าถือเป็นแผลที่มีความต้องการทางตลาดสูงและสามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่องนั้นเอง

โดยช่วงไหนงานที่สามารถเก็บผักได้มากและมีราคาสูงจะสามารถขายได้ถึงวันละ 200 บาทและจะสามารถเก็บได้ทุกวันตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไปโดยราคาผักแขยงนั้นจะเริ่มตกลงอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อถุงซึ่งนั่นก็จะทำให้รายได้นั้นค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆแต่อย่างน้อยอย่างไรก็ตามในการปลูกรอบถัดไปนั้นก็จะต้องเพิ่มพื้นที่ในการปลูกมากขึ้นเพราะว่าจะทำให้มีผลผลิตมากขึ้นซึ่งนั่นก็ส่งผลต่อรายได้เพราะจะทำให้มีรายได้มากขึ้นนั่นเอง

และบัวบกนั้นก็ถือว่า ปิคนิค 1 พืชสมุนไพรที่คนในหมู่บ้านนี้ก็ต่างนิยมปลูกกันเพราะว่าสามารถสร้างรายได้ต่อจากผักขะแยงได้ดีและอีกครั้งเป็นการเพิ่มรายได้เข้ามาอีกด้วยโดยใช้พื้นที่ปลูกประมาณ 1 ไร่ ซึ่งจะต้องใช้เมล็ดบัวบกโดยในครั้งแรกก็จะทำการซื้อเมล็ดพันธุ์และครั้งต่อไปเมื่อปลูกได้ก็จะทำการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกเองในในการปลูกบัวบกน้ำจะทำการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปในแพงเพราะต้นกล้าจากนั้นเมื่อต้นกล้าโตก็ยังจะแยกต้นกล้าที่สมบูรณ์ไปอีกไฟล์หนึ่งเพื่อเตรียมพื้นที่ถ่ายกลัวแล้วก็ยกร่องและโรคที่พบกันนั่นก็คือโรคคอแดงซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดยาสัปดาห์ละครั้งนั้นเอง

โดยบัวบกนั้นสามารถดูแลได้จะต้องรดน้ำวันละ 1 ครั้งท้องกับใส่ฝุ่นขี้ไก่ลงไปในแปลงโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 50 วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้สามารถใส่ถุงถุงละ 5 กิโลกรัมและขายได้ถุงละ 50 บาทซึ่งทำให้มีรายได้ถึงครั้งละพันเลยทีเดียว

โดยคุณแพนั้นก็ยังมีการบอกอีกว่าผักแต่ละชนิดนั้นจะไม่มีการขายพร้อมกันเพราะว่ามีความยุ่งยากต่างกันจึงทำให้เธอนั้นต้องแบ่งเก็บขายทีละนิดละน้อยแต่ว่าสามารถเก็บขายได้ทุกวันซึ่งทำหน้าให้เธอนั้นมีรายได้ในทุกๆวันอีกทั้งผักทั้งสองชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีทำอะไรเพียงแค่ใช้ฮอร์โมนเท่านั้น

บอกเลยว่าก็เป็นอีกหนึ่งพืชที่น่าสนใจไม่น้อยในการสร้างรายได้เพราะว่านอกจากจะแข็งแรงทนทานแล้วยังใช้เวลาการปลูกน้อยสามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนต่อวันได้อีกด้วยซึ่งหน้าใครสนใจและมีพื้นที่อยู่แล้วเราก็ลองปลูกกันได้เลยค่ะ

Loading...