เมื่อข้าว”หอมมะลิ”ไทย ไม่ใช่เบอร์ 1 ข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่กลายเป็น “มะลิอังกอร์”

18 ตุลาคม 2018 | Slide, ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.61 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Khmertimeskh ในกัมพูชา รายงานว่า ข้าวหอมมะลิกัมพูชา “อังกอร์” คว้ารางวัลอันดับ 1 ของข้าวที่ดีที่สุดในโลก หลังจากต้องรับบทพระรองในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วน ข้าวเกรดพรีเมียม ที่ครองอันดับ 2 ในปี 2018 คือ ข้าวหอมของเวียดนาม ตามด้วยข้าวหอมมะลิของไทย และข้าวหอมอิตาลี

สำหรับการมอบรางวัลในครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม TRT World Rice 2018 ที่กรุงฮานอย เมืองหลวงเวียดนาม ระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยสหพันธ์ข้าวกัมพูชา (CRF) ออกแถลงการณ์ ถึงสาเหตุที่ทำให้ข้าวหอม มาลี อังกอร์ของกัมพูชา ครองแชมป์ ข้าวดีที่สุดในโลก ปี 2018 เนื่องจากความพยายามของกัมพูชาในการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวให้บริสุทธิ์, ขยายพื้นที่ปลูกข้าวและพัฒนาคุณภาพของสายพันธุ์ รวมทั้ง การส่งเสริมการสีข้าวให้ได้มาตรฐาน

สหพันธ์ข้าวกัมพูชา ยังระบุเพิ่มเติมว่า จากสายพันธุ์ข้าวเปลือกที่ดีและข้าวที่มีรสชาติอร่อย ปลูกบริเวณรอบทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา ที่เรียกว่า โตนเลสาบ โดยความสำเร็จของข้าวหอม มาลี อังกอร์ ที่คว้ารางวัลข้าวดีที่สุดในโลกประจำปี 2018 นับเป็นความสำเร็จครั้งที่ 4 ของข้าวหอมในกัมพูชา ที่เคยได้รับรางวัลข้าวดีที่สุดมาแล้วเมื่อปี 2012,2013,2014 และล่าสุด คือ 2018 ซึ่งจากการที่ข้าวหอม มาลี อังกอร์ คว้ารางวัลชนะเลิศ ข้าวดีที่สุดในโลกในปีนี้ จะยิ่งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศชาติ และคุณค่าของชาวกัมพูชาด้วย

“อังกอร์” คือข้าวหอมมะลิกัมพูชา เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองมีจุดแข็งคือ กลิ่นหอม เหนียวนุ่ม เป็นที่นิยมของกลุ่มชาวจีน แต่มีจุดอ่อนคือ หากปล่อยไว้ในอุณหภูมิปกติราว 10 นาที จะเหนียวและแข็ง ต้องกินตอนที่ร้อนเท่านั้น โดยคุณสมบัติข้อนี้ยังเป็นรองข้าวหอมไทย

ซึ่งระบบการเกษตรกัมพูชาจะทำนาปีละ 1 ครั้ง เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ โดยยังใช้พื้นที่ทำการเกษตรไม่เต็มศักยภาพเนื่องจากประชากรน้อย ยังอาศัยแรงคนมากกว่าเครื่องจักร แต่หากพัฒนาระบบการเกษตรจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : khmertimeskh

 

Loading...